ชีวิตคุณ ที่เป็นผู้เลือก หรือ ผู้ที่ถูกเลือก

ชีวิตคุณ ที่เป็นผู้เลือก หรือ ผู้ที่ถูกเลือก

ถ้าคุณเลือกข้อ เป็นผู้เลือก คุณก็คือคนที่มีแนวความคิด ในทางที่จะก้าวหน้ากว่าคนทั่วไป เพราะว่า คนทั่วไป มักจะเลือกแนวทาง คนที่ถูกเลือกมากกว่า 

การที่เป็นคนที่ถูกเลือก ไม่ใช่ว่าไม่ดี เพราะว่า คุณเหมาะ ที่จะถูกจับไปทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด แต่ว่า ข้อเสียของมันก็คือ คุณเองไม่ได้เป็นผู้ที่กำหนดชะตาชีวิตตัวเอง

ถ้าพูดให้เห็นภาพก็คือ ตอนคุณยังเป็นเด็ก คุณฝันว่า อยากเป็นตำรวจ แต่พ่อแม่อยากให้เป็นหมอ แล้วคุณก็ต้องตามใจก็ไม่ปาน เพราะคุณไม่ได้เป็นผู้เลือก แต่เป็นผู้ที่ถูกเลือก

ผู้ที่ถูกเลือกนั้น มักจะไม่มีความสุขในชีวิตอย่างแท้จริง แม้ว่าภาพฉากหน้าเค้าอาจจะมีความสุขมาก เช่น สุดท้ายโตขึ้นมาเป็นหมอตามความคาดหวังของพ่อแม่ ได้เงินเดือนเยอะ เลี้ยงดูครอบครัวได้ แต่ในใจลึกๆแล้วเค้าอาจจะอยากเป็นตำรวจ เพื่อผดุงความยุติธรรมของสังคม กำจัดคนไม่ดีมากกว่า แต่เค้าคงย้อนอดีตไปทำสิ่งเหล่านั้นไม่ได้แล้ว หรือมันก็ยากมากเต็มที

แต่ทั้งนี้ คนที่ได้เป็นผู้เลือก ก็ไม่ใช่ว่า จะสำเร็จในสิ่งที่คิดหวังเอาไว้เสมอไป เพราะว่า การเลือกของเค้า อาจกลายเป็นคนที่ถูกเลือกโดยที่เค้าไม่รู้ตัวต่างหาก

ผมได้พบตัวอย่าง น้องคนนึง ที่เค้ากำลังตัดสินใจย้ายงาน จากที่หนึ่ง ไปอีกที่หนึ่ง ในสายงานคล้ายๆเดิม แต่ไม่เหมือนเดิม โดยที่เค้ายังไม่รู้เนื้องานแน่ชัดเลย ว่าเค้ากำลังจะต้องเข้าไปเจออะไร แต่เคยเรียนมานิดหน่อยเท่านั้น ด้วยเหตุผลการย้ายงานครั้งนี้ว่า

  • เป็นบริษัทในฝัน ตั้งแต่ตอนเรียน
  • ใกล้บ้าน
  • พ่อแม่อยากให้ทำที่นี่
  • เงินเดือนดีกว่า
  • ความมั่นคงของบริษัท มีมากกว่า

นี่ อาจจะเป็นเหตุผลที่ดูดี ที่ทำให้น้องคนนี้ได้เลือกเปลี่ยนงานใหม่นี้ แต่ถ้าลองพิจารณาโดยเนื้อแท้แล้ว กลับพบว่า สาเหตุที่น้องเล่ามานี้ มันคือ สิ่งที่สังคมเลือกให้น้องเค้าต่างหาก

เพราะว่า น้องกำลังหลงอยู่ในค่านิยม ทั้งต่อสังคม ครอบครัว โดยไม่ได้คำนึงถึงตัวเองมากเท่าไรนัก จะเห็นได้ว่า สิ่งเหล่านี้ มันคือสิ่งที่ถูกมองจากภายนอก ไม่ใช่เป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นมาจากในใจของตัวน้องเค้าเองเลย น้องไม่ได้ย้ายงานไปทำงานที่อยากทำ แต่น้องกำลังย้ายงานเพราะเงินที่มากกว่า เดินทางง่ายกว่า พ่อ แม่อยากให้ทำ บริษัท มีชื่อเสียง แต่กับเนื้องาน ที่เป็นสิ่งที่ผูกพันธ์กับชีวิตโดยตรงนั้น ยังไม่รู้เลย ว่ามันคืออะไรแน่

จริงๆแล้ว คนเรามีศักยภาพ ที่จะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้ชีวิตเรา หรือ คนอื่นๆ ได้อีกมาก แต่ว่าไม่ได้ทำเพราะมัวหลงไปกับค่านิยมต่างๆเหล่านี้ ที่กลืนกินสิ่งที่ตัวเองชอบไปจนหมดสิ้น

ผมเอง ไม่รู้จะเรียกว่าเป็นโชคดี หรือ ว่าความเพียร ที่ผมค้นพบตัวเอง มาตั้งแต่ตอนยังเรียนม.ปลาย ว่าชอบอะไร แล้วผมก็เดินทางเส้นนั้นมาเรื่อยๆโดยตลอด ถึงแม้ว่า วันนี้ ผมไม่ได้ประสบความสำเร็จ มีเงินเป็นสิบล้าน (เป็นสิ่งหนึ่งที่อยู่ในความฝันในวัยเยาว์ แม้ยังไม่สำเร็จ แต่ก็กำลังเดินทางไปสู่เป้าหมายอยู่) แต่ผมก็มีความสุขกับงานที่ได้ทำ และ ความสุขกับการใช้ชีวิตในทุกวันนี้ ยังมีกินมีใช้ไม่ขัดสน เลี้ยงดูตัวเองได้ตั้งแต่ตอนเรียน และเลี้ยงดูครอบครัวได้ทันทีตั้งแต่ตอนเรียนจบ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะว่าผมทำในสิ่งที่ผมรัก และสิ่งที่ผมรัก มันก็จะทำเงินกลับมาในท้ายที่สุดนั่นเอง

ผมพูดกับใครๆอยู่เสมอว่าถ้าเราได้ทำงานที่มีความสุข เราจะไม่รู้สึกว่า มันคือการทำงาน แต่นั่นคือการได้สร้างสรรค์สิ่งหนึ่งสิ่งใดขึ้นมาบนโลกใบนี้ในทุกๆวันอย่างไม่มีวันจบต่างหาก เงินก็เป็นสิ่งที่สำคัญ แน่นอนว่า คนส่วนใหญ่ทำงานแลกกับเงิน แต่ว่า ท้ายที่สุด มันไม่ใช่สิ่งที่ยั่งยืนเลย เมื่อคุณหยุดทำงาน คุณก็จะไม่ได้เงินอีกต่อไป แล้วความสุขของชีวิตก็จะหายไปทันที

ดังนั้น สิ่งที่สำคัญ คือคุณต้องหาตัวเองให้เจอ ให้รู้ว่า ตัวเองชอบอะไร รักอะไร อยากทำอะไร ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะมีขึ้นมาไม่ได้เลย ถ้าไม่เคยเริ่มลอง หรือ เริ่มทำในทุกๆอย่างที่คุณสามารถจะลอง จะทำ เพราะในตอนแรก คุณยังไม่รู้หรอก ว่า คุณชอบอะไร จนได้ลองทำแล้วหลงรักมันนั่นแหล่ะ

ดังนั้น กลับมาพิจารณาตัวเองใหม่ให้ดีๆ ว่าสิ่งที่ทำในตอนนี้ มันคือสิ่งที่คุณได้เลือกทำ แน่ใจหรือเปล่า คุณเลือก มันเพราะอะไร เหตุผลเหล่านั้นมันเป็นค่านิยมสังคม คนรอบข้าง แต่ไม่ใช่ของตัวคุณหรือเปล่า ที่ทำให้คุณเข้าใจผิดว่า ฉันเป็นคนเลือกทำสิ่งนี้นะ แต่แท้จริง สังคมเลือกให้คุณต่างหาก หรือว่า คุณจะยอมเป็นคนที่ถูกเลือกตลอดไป คิดว่าก็น่าจะดีแล้ว ที่มีคนสนใจเรา แต่ต้องคิดไปไกลๆว่า ถ้าวันนึงไม่มีใครเลือกคุณล่ะ เพราะเค้าไปเลือก ตัวเลือกที่ดีกว่า ใหม่กว่า สดกว่า แล้ววันนั้นคุณจะทำอย่างไร

ขอให้ทุกคนโชคดี ค้นหาตัวเองให้เจอเร็วๆ เพื่อจะได้ไปทำในสิ่งที่ตัวเองรักนะครับ และแนะนำอีกอย่างว่า ไม่ว่าจะทำอะไร ควรวางแผนให้รอบคอบ คิดให้มากๆ ในเรื่องที่กำลังจะทำเสมอ ไม่ได้บอกให้กลัวความเปลี่ยนแปลง แต่คุณจะต้อง "รับผิดชอบ" คือรับผลที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงนั้นได้ด้วย ดังนั้น การที่ผลจากการเปลี่ยนแปลงจะออกมาตามคาดหรือไม่ ก็ย้อนไปที่ขั้นตอนวางแผน ว่าได้วางแผนเอาไว้ดีแล้วหรือไม่ นั่นเอง
Create: Modify : 2013-11-14 07:07:24 Read : 4024 URL :