สอบใบขับขี่ ภาคปฏิบัติ ที่ขนส่งเขต 3 BTS บางจาก

สอบใบขับขี่ ภาคปฏิบัติ ที่ขนส่งเขต 3 BTS บางจาก

ต่อเนื่องมาจากบทความก่อนนะครับ สอบใบขับขี่ ที่ขนส่งเขต 3 BTS บางจาก  อย่างที่บอกแล้ว ว่าต้องสอบสองวันแล้วครับ (แต่ได้ข่าวว่าต่างจังหวัดไกลๆยังวันเดียวอยู่ ไม่ confirm นะครับ)

วันนี้ก็เป็นวันที่ต้องไปสอบปฏิบัตินะครับ สำหรับชื่อเสียงของที่ เขต 3 นี้หลายคนบอกว่า ยาก ซึ่ง ยากหรือไม่ ลองอ่านและตัดสินใจกันเองนะครับ เพราะว่าผมบอกไม่ได้ว่า ยาก หรือ ไม่ยาก เนื่องจากไม่เคยไปสอบ หรือไปดูที่อื่นครับ และแน่นอน จะมีเทคนิคการสอบใบขับขี่แต่ละท่ามาบอกด้วย

วันนี้ไปสายหน่อย เพราะว่าวันสอบปฏิบัติไม่ต้องเช้ามากก็ได้ แต่ว่าก็ยังถือว่าเช้าพอสมควร วันนี้ไปถึง 07.50 น. ครับ เข้าไปช่อง 11 เอาเอกสารวางที่ตะกร้าเลย แล้วก็ไปนั่งรอให้สบายใจ

ประมาณ 08.15 น. เจ้าหน้าที่จะเริ่มแจกบัตรคิว ตามคิวที่วางเอกสาร ดังนั้น ใครไปถึงไม่ต้องอิดออด วางเอกสารไปก่อนเลย ผมได้คิวที่ 6X อีกแล้ว แต่ว่าคิวนี้จะเป็นคนละคิวกับที่สอบข้อเขียนเมื่อวันก่อนนะครับ โดยได้คิวมาพร้อมเอกสารของเราที่ส่งไปเมื่อวาน เมื่อได้คิวแล้ว ก็เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย แล้วเดินไปที่สนามได้เลย ถ้ายังไม่เปิด ก็หาที่นั่งรอตรงนั้นได้ ไม่ต้องเกาะรั้ว เสียเวลา เพราะว่าเดี๋ยวยังไงก็ต้องได้เข้าไปสัมผัสแบบใกล้ชิด และเจ้าหน้าที่มีแสดงโชว์ก่อนด้วย ไม่ต้องกังวล

08.50 น. สนามสอบเปิดเจ้าหน้าที่จะให้เหน็บเงิน 100 บาท ค่าเช่ารถ (สำหรับคนที่มีรถมาเอง แยกไว้อีกกองนึง) ไว้กับเอกสาร แล้วกองรวมกัน

09.00 น. เจ้าหน้าที่ก็จะเริ่มอธิบาย ว่าสนามสอบที่นี่ จะสอบท่าไหน อย่างไรบ้าง เราต้องทำตัวอย่างไร โดยสรุปก็คือ ให้นั่งรอ ห้ามมายืนเกะกะในสนาม และเมื่อเริ่มสอบห้ามเข้าไปในพื้นที่การสอบเด็ดขาด ด้วยเหตุผลคือ เจ้าหน้าที่มองคนที่สอบไม่เห็น อีกเรื่องคือเรื่องความปลอดภัย และป้องกันการทุจริต 

สิ่งที่ต้องทำในสนาม ตามลำดับดังนี้ (ผมพูดในกรณีคนที่เช่ารถนะครับ) เมื่อได้ยินประกาศชื่อแล้ว ให้ไปรับเอกสาร แล้วไปขึ้นรถที่เช่า (จะเป็นจังหวะที่คนก่อนหน้าเราสอบเสร็จพอดี เปลี่ยนมือกันไป) โดยรถจะเป็น Honda City มีสองโฉม โฉมละ 1 สี สีดำกับ เงิน เราเลือกไม่ได้ ขึ้นอยู่กับจังหวะ และเป็นเกียร์ Auto ทั้งคู่ เอากระจกซ้ายขวาลง รถเช่าจะเอากระจกลงตั้งแต่คนแรกอยู่แล้ว

จากนั้นให้เราขับเข้าสนาม เตรียมพร้อมสอบท่าแรก ลงจากรถมาส่งเอกสารให้เจ้าหน้าที่ (ตอนกลับเข้ารถอย่าลืมคาดเข็มขัด) เจ้าหน้าที่ให้สัญญาณ ก็เริ่มสอบได้เลย ท่าแรกคือ เดินหน้าทางตรง ถอยหลังทางตรง
เมื่อจบท่า ให้ขับตรงไป แล้วขับตามป้ายที่แสดง ให้เลี้ยวก็เลี้ยว ให้หยุดก็หยุด อย่าลืมเปิดไฟเลี้ยว

จนเข้าท่าที่สอง เป็นการขับจอดเทียบ ฟุตบาท ห่างได้ไม่เกิน 25 เซ็นติเมตร และกันชนหน้าจะต้องอยู่ในช่วงที่กำหนด ห้ามล้นหรือต่ำกว่าเขตที่กำหนด (เขตที่กำหนด กว้างประมาณ 60 เซ็นติเมตรเห็นจะได้) ท่านี้ถือว่าเป็นท่าปราบเซียน

จากนั้น เข้าไปท่าที่ สาม เป็นการถอยเข้าซอง ใช้ได้ไม่เกิน 7 เกียร์ รวมขับออกด้วย ต้องจอดขนานเส้น ด้านข้าง ห้ามทับเส้น ห้ามชนหลักเท่านั้นพอ

โดยเจ้าหน้าที่ขับโชว์ท่าให้ดูด้วยนะครับ ท่าแรกทำอย่างไร ท่าสอง ท่าสาม เรียกว่าโชว์ให้ดู แล้วยังให้เราไปล้อมหน้าล้อมหลังอย่างใกล้ชิดเลย ในตอนที่จอดแต่ละท่า 

จากนั้น ก็ให้นั่งรอเรียกชื่อตามคิว โดยคนมีรถมาเอง จะได้เข้าสอบช่วงแรกๆ สักพักนึงจะสลับกันระหว่างคนที่มีรถกับคนเช่ารถ

11.00 น. ก็ถึงคิวผม  ด่านแรก ก็พลาดเลย เพราะว่าตอนขับรถเข้าสนามต้องลงจากรถเอาเอกสารมาส่ง ตอนกลับไปนั่ง ด้วยความตื่นเต้น ดันลืมคาดเข็มขัดนิรภัย แล้วก็เริ่มสอบเลย แต่คิดว่าเจ้าหน้าที่ไม่เห็นพอดี เพราะผมก็มองเจ้าหน้าที่ไม่เห็นเหมือนกัน ช่วงนั้นแดดสะท้อนกระจกพอดี สอบท่าแรกคือเดินหน้าทางตรงอย่างเดียว ให้พ้นหลักที่วางเอาไว้ จากนั้น ถอยหลังทางเดิม ให้พ้นหลักที่วางเอาไว้ ระยะความยาว ประมาณ 2 ช่วงรถเก๋งจอด ถ้าเราไม่ใช้ความเร็วมากหรือไม่ได้เริ่มเบี้ยวตั้งแต่แรกก็ไม่ยากหรอกครับ ขับช้าได้ แต่ห้ามหยุดรถเป็นอันขาดหากหยุดคือตก มองกระจกซ้ายสลับขวาตลอด ไม่จำเป็นอย่าหมุนพวงมาลัยไปมา หรือขยับก็ขยับได้นิดหน่อย ถ้าตั้งลำตรงตั้งแต่แรก(ก่อนจะลงไปส่งเอกสาร)มันจะง่ายมาก แต่อย่าประมาทเพราะว่ามีคนตกท่านี้เป็นระยะๆเหมือนกัน บ้างเดินหน้าแล้วกระจกข้างซ้ายชน เพราะมองแต่ขวา หรือบ้างก็ถอยมาชน ทั้งๆที่เป็นทางตรงเหมือนตอนที่เดินหน้า ก็มีให้เห็นเรื่อยๆ

จากนั้น เจ้าหน้าที่จะให้สัญญาณ เราก็ขับตรงผ่านด่านแรกออกไป (จังหวะนี้ก็ห้ามชนอยู่นะ ชนจังหวะนี้ก็ไม่ผ่านเหมือนกัน)  แล้วเลี้ยวขวา 1ที เลี้ยวซ้าย 2 ที จังหวะเลี้ยวซ้ายที่สองนี้ ตอนออกจากซ้าย ให้เราพยายามเกาะทางขวาๆเอาไว้ จนถึงป้ายหยุด เราก็หยุด รอสัญญาณจากเจ้าหน้าที่

ด่านที่สอง เป็นจอดเทียบฟุตบาททางซ้าย เมื่อเริ่ม เราจะต้องเลี้ยวซ้าย เหมือนเลี้ยวซ้ายออกจากซอยนั่นแหล่ะ แล้วเข้าเทียบฟุตบาทเลย ก่อนเข้าเทียบเราหยุดเพื่อปรับกระจก หรืออะไรได้ 1 ครั้ง(ไม่หยุดก็ได้) เมื่อรถเคลื่อนตัวแล้วห้ามหยุดเด็ดขาด หยุดคือตก เราก็พยายามมองกระจกซ้ายเอารถเข้าไปใกล้ๆขอบทางให้มากที่สุด ระยะที่ให้เราขับทางตรงประมาณ 3-4 ช่วงรถเก๋งจอดต่อกัน ที่นี่ห้ามขับเบียด ห้ามหยุดรถ สามารถสัมผัสขอบทางเบาๆได้แต่ห้ามชนแล้วหยุดกึ้ก ห้ามขับบี้ขอบถนนด้วยนะ แบบนั้นตกทันที และการจอดก็ต้องให้กันชนหน้าอยู่ในช่วงที่เค้ากำหนด และล้อหน้าหลังต้องทับเส้นที่พื้น เส้นนี้จะห่างออกมาจากขอบถนน 25 cm เทคนิคท่านี้ก็คือ เวลาที่เจ้าหน้าที่ขับแสดงให้ดูตอนเช้า ให้เราไปส่องระยะซ้ายขวาให้ดี สำหรับสนามสอบนี้ด้านคนขับ ที่พื้นมีรอยแตกเป็นทางยาวมาก ถ้าเราจอดให้คนขับ ตรงรอยแตก กันชนหน้าจะพอดีเลย และ ล็อคระยะการเหยียบแป้นเบรค ให้รถไหลช้าแต่ไม่หยุด คือถ้าเหยียบเบรคนิดนึงรถจะไม่หยุดแต่รถจะช้าลง ให้เราล็อคความลึกของเบรคเอาไว้ตรงนั้นอย่าเหยียบๆถอนๆ เราจะเสียสมาธิ ให้เก็บสมาธิไว้ใช้กับการมองกระจกซ้ายอย่างเดียว พยายามเข้าไปให้ใกล้ที่สุดแต่อย่าให้ขอบถนนหายไปใต้รถนั่นตกแน่ๆ เพราะว่ามันจะทิ่มฟุตบาท จริงๆขึ้นอยู่กับการปรับกระจกด้วยว่าคุณปรับไว้ทำองศาใดกับตัวรถ ส่วนระยะร่นด้านหน้า ผมมองทางขวาที่พื้นมีรอยแตกให้ตรงกับที่ผมนั่ง ก็ผ่านพอดีเลย (รถเช่า honda city ครับ ถ้ารถ eco หรือ อื่นๆก็จะไม่ใช่ระยะตามนี้ ต้องไปส่องแล้วคำนวนเอา)

จากนั้น เลี้ยวแล้วขับเยื้องๆมาทางขวา จะเป็นท่าที่ถอยหลังเข้าซองเพื่อจอด สำหรับคนที่เคยดู vdo ท่าสอบท่านี้มาแล้ว สนามที่นี่ง่ายกว่าใน vdo มากครับ เพราะว่าเค้าไม่กั้นไม้ด้านขวาทำให้เข้าได้ง่าย และไม่สนใจระยะลึก ที่ว่าหน้ารถต้องไม่เกินสีที่พื้นอะไรนั่น ที่นี่ไม่มีแบบนั้น ขอเพียงแค่ จอดขนานเส้นไม่ทับเส้น ใช้ไม่เกิน  7เกียร์(รวมจังหวะเดินหน้า) และไม่ชนหลักใดๆเลย ก็พอแล้ว ถ้าใครสอบผ่านแล้วตอนออกขับชนหลักก็ไม่ผ่านเหมือนกันนะครับ เห็นมากับตา สำหรับเทคนิคท่านี้คือ ตั้งรถให้ตรง พยายามชิดขอบทางด้านซ้ายเอาไว้ แล้วให้ล้อหลังด้านซ้าย ตรงกับหลักแรกที่เจอแล้วหักพวงมาลัยหมดเลย เพื่อจะหักเข้าไป แล้วเริ่มถอย อย่าคืนพวงมาลัยนะครับ ระหว่างนั้น ให้ชะโงกหน้าออกมาดู (ที่นี่ชะโงกหน้าได้) ว่าล้อขวาของเรา ทับเส้นแล้วหรือยัง ถ้าทับแล้ว ให้หยุด แล้วหักพวงมาลัยไปทิศตรงข้ามให้หมด แล้วถอยต่อ ไปเรื่อยๆ ระหว่างนั้น หยุดๆ ชะโงกดูเป็นระยะ ว่ารถขนานเส้นหรือยัง ถ้าขนานแล้วก็หยุดรถเลย ไม่ต้องทำอะไรต่อแล้ว เดี๋ยวพลาด เจ้าหน้าที่บอกให้ออก ก็คือจบ จะเห็นว่าเข้าเกียร์ถอยครั้งเดียวเท่านั้นจบเลยไม่ต้องแก้เดินหน้าถอยหลัง และอีกตัวช่วยหนึ่งก็คือ ตอนที่เจ้าหน้าที่แนะนำท่าขับโดยแสดงให้ดูนั้น ให้เราจำตำแหน่ง ที่หมุนพวงมาลัย ว่าล้ออยู่ตรงไหนแล้วถึงหมุน นั่นก็เป๊ะเหมือนกัน แล้วก็ขับออกไปจอดรถ แล้วเดินกลับมาเซ็นต์ชื่อเป็นอันจบการสอบโดยสมบูรณ์ จากนั้นไปถ่ายรูปติดบัตรจ่ายเงิน 205 บาทเป็นอันเรียบร้อย ได้ใบขับขี่มาแล้วคร้าบบบบ

ถ้าให้ผมวิเคราะห์ (เท่าที่นั่งดูคนอื่นสอบโดยตลอด จนถึงตัวเองสอบเอง) เรียงตามท่านะครับ ท่าแรก คือ เดินหน้าทางตรง ถอยหลังทางตรง คนที่ตก มักจะ ลน ตื่นเต้น ลืมมองซ้ายขวา สมองหยุดสั่งการไปชั่วขณะ ประมาณนั้นครับ บ้างก็ลืมคาดเข็มขัดนิรภัย ก็มีโอกาสตก แต่ว่าบางคนก็มีโชคช่วยนะครับ เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีน้อย บางจังหวะที่เจ้าหน้าที่ยุ่งเรื่องเอกสารพอดี ก็มีคนขับรูดหลักไปยาวเลย แต่ผ่านก็มีเหมือนกัน 555 เพราะไม่เห็น

สำหรับ ท่าที่สอง มักจะเกร็งสุดๆ กลัวไม่ชิด 25 เซ็น เลยขับบี้เข้าไปเลย หรือหักเยอะเกิน จนล้อหน้ากระแทกขอบทาง ก็เลยตกไป แต่ว่าอีกหลาย case เข้าเทียบได้ชิดแล้ว แต่ว่าจังหวะใกล้ๆจะถึงจุดหยุด ดันหักพวงมาลัยออก จนรถห่างเกิน 25 cm ก็มี อีกหลายคนก็คือ เกร็ง หรือไม่ชินรถไม่แน่ใจ เหยียบๆปล่อยๆเบรค ซึ่งก็ตกทันทีเหมือนกัน เพราะว่าเหยียบลึกจนรถหยุดนั้นไม่ได้ ตกครับ ส่วนจอดเกินไม่ค่อยเจอนะ ที่นี่จะจอดกันพอดี หรือต่ำกว่าเสมอ แต่เจ้าหน้าที่ก็มองละเอียดได้ยาก เพราะว่านั่งอยู่ตรงหน้ารถเราไกลๆ เลยมองระยะข้างของเราลำบากเหมือนกัน

สำหรับ ท่าที่สาม ที่ว่าง่ายกว่า VDO นั้น เท่าที่ผมดูก็คือ น่าจะซ้อมน้อย หรือว่า ไม่เคยซ้อม หรือว่าไม่รู้เทคนิคมากกว่าครับ หากใครได้รู้เทคนิคที่ผมบอก หรือจำ step ได้หมด โอกาสผ่านสูงมากแล้ว หากไม่เบลอล้อ กับพวงมาลัยกับเกียร์ เพราะว่าบางคนถอยด้วยความเคยชิน ก็ไปชนหลักบ้าง หรือใช้เกียร์หมด หรือผ่านแล้ว แต่ตอนออกขับชน ก็มีครับ

ตอนที่ผมสอบทั้งหมดใช้เวลาไม่มาก จะไปนานตรงรอคิวเข้าสอบ กับรอคนอื่นสอบช้าในสนามนี่แหล่ะที่ทำให้ช้า ผมเองรวดเดียวจบเลย ไม่ต้องมาหลายวัน แต่เผื่อใจไว้แล้วนะ 555 และตื่นเต้นมากจริงๆตอนที่จะเข้าท่าเทียบ เพราะเป็นท่าที่ตกเยอะที่สุดแล้ว (คนที่มา สามสี่รอบก็ท่านี้แหล่ะ) เทคนิคหากตื่นเต้นก็คือ ให้หายใจเข้าออกลึกๆ ช้าๆ สักพักนึง อาการตื่นเต้นจะทุเลาลงครับ ผมนี่ระดับมือไม้สั่นเลยทีเดียว แต่ว่า ตั้งสตินะอย่าให้จิตหลุดหรับที่สนามนี้ เจ้าหน้าที่เค้าบอกว่า เค้าใจดี สำหรับใครที่มา สี่ครั้งแล้ว ก็ถ้าพยายามหน่อย ผิดพลาดเล็กน้อย ก็ให้ผ่านได้ครับ ใครอยากให้เค้าใจดีก็ตกไปเรื่อยๆ สะสมแต้มจนครบ 4 นะครับ 555 สำหรับคนที่ครั้งแรก ต้องเป๊ะๆหน่อย ก็เลยกดดันกันไป ใครที่สอบคนแรกๆนี่ จะว่าซวยหรือเปล่าก็ไม่รู้นะครับเพราะว่าแรงกดดันสูงมากเนื่องจากคนยืนดูกันเต็มไปหมด แถมตอนจะผิดพลาดก็มีเสียงประกอบ วี้ดว้าย อื้อ อ้า อะไรกันอีก คนในรถไม่ได้ยินหรอก เพราะว่าไกล แต่ก็ถือว่าเป็นสีสันกันไปครับ ผมก็นั่งสังเกตุการณ์โดยตลอดเลย เพื่อดูความผิดพลาดของคนอื่น ท้ายที่สุด พลาดเองอย่างที่บอก คือลืมคาดเข็มขัด 555 แต่ก็ฟลุคเลยผ่าน

สำหรับการสอบวันนี้ เป็นการขับรถเก๋งครั้งที่สองในชีวิต ครั้งแรกขับ กรุงเทพ-นครสวรรค์ และ นครสวรรค์-สระบุรี-กรุงเทพ (ตอนนั้นเช่ารถไป) และย้อนกลับไป เคยขับรถ กระบะสองครั้ง แถวๆบ้านเท่านั้น (เมื่อสัก 4ปีก่อน) สรุปคือ 4 ครั้งเท่านั้น รวมชั่วโมงขับ สัก 8 ชั่วโมงได้ ก็ยังสอบผ่านได้ครับ

พิจารณากันเองนะครับ ว่ายากกว่าหรือง่ายกว่า แต่เท่าที่ผมคุยกับเพื่อนที่เคยสอบสนามอื่น บอกว่า เจ้าหน้าที่ที่อื่นดุกว่านี้ครับ นิดเดียวก็ไม่ได้ เข็มขัดไม่คาดก็ตกเช่นกัน แต่อย่างที่บอกว่าผมเองไม่เคยไปสอบสนามเหล่านั้นซะด้วยสิ

อ้อ เกือบลืมอีกเรื่อง สำหรับคนที่เรียนสอนขับรถ ผมเห็นรถคันหนึ่ง สี กับสภาพ เป็นเอกลักษณ์มากๆ และขับหลายคนจนผมมั่นใจว่า นี่คือรถของโรงเรียนขับรถแห่งหนึ่ง ซึ่ง คนที่ใช้รถคันนี้ ไม่ผ่านหลายคนด้วย เท่าที่ผมสังเกตุคือ พวงมาลัยมันหนักมากๆ ส่วนใหญ่คนที่เรียนเป็นผู้หญิง ก็สาวพวงมาลัยอยู่นาน กว่าจะได้ที่ เห็นแล้วสงสารแทนเลย เห็นสาวจนเหนื่อย ยังได้ระยะไม่เยอะเลย ดังนั้น เรื่องรถที่จะเอามาสอบ ก็มีผลเหมือนกันนะครับ เช่าเค้าก็ไม่ได้แย่หรอกครับ รถใหม่กว่ารถโรงเรียนสอบขับรถซะอีก

ขอให้โชคดีสอบผ่านในรอบเดียวกันทุกคนครับ

Create: Modify : 2012-11-15 18:23:20 Read : 34744 URL :